 |
| การแข่งเรือยาวในแม่น้ำ |
ประเพณีการแข่งเรือเป็นการละเล่นในฤดูน้ำหลากที่ชาวบ้านว่างเว้นจากงานประจำ พอใกล้เดือน 11 ชายหนุ่มในละแวกบ้านที่วัดประจำหมู่บ้านของตนมีเรือแข่งก็จะดูคึกคักเป็นพิเศษ ในตอนบ่ายจะได้ยินเสียงกลองรัวดังก้องไปตามคุ้งน้ำเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าถึงเวลาฝีพายประจำเรือของวัดประจำหมู่บ้านจะต้องร่วมชุมนุมกันเพื่อซ้อมพายไว้แข่งกับเรือของวัดในหมู่บ้านอื่นในเทศกาลที่กำลังจะมาถึง เรือแข่งของวัดแต่ละหมู่บ้านถือเป็นศักดิ์ศรีของวัดของหมู่บ้าน ฉะนั้น “เรือแข่ง” หรือที่เรียกกันว่า “เรือยาว” ของแต่ละวัดจะได้รัยการบำรุงรักษาตกแต่งให้งดงามและอยู่ในสภาพที่พร้อมจะแข่งขันได้เสมอ
เมื่อวันแข่งเรือมาถึง ส่วนหัวเรือและทายเรือจะประดับประดาด้วยผ้าแพร ผ้าสี ช่อดอกไม้ พวงมาลัย ซึ่งจะมีทั้งดอกไม่สดและดอกไม่เทียม ตลอดจนธูป เครื่องเซ่นบูชาแม่ยานางประจำเรือ ก่อนที่จะเอาเรือลงจากคานเรือบนวัดลงสู่แม่น้ำ จะต้องมีการบอกกล่าวเซ่นไหว้กันตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปจากคนไทย ผู้กระทำพิธีต่าง ๆ ของเรือยาวแต่ละวัด ส่วนมากเป็นหัวหน้าผู้ควยคุมเรือซึ่งถือว่าเป็นคนสำคัญของเรือคือเป็นผู้บอกจังหวะการพายการจ้ำของฝีพายทั้งในเวลาซ้อมและเวลาแข่งขัน ที่ให้จังหวะหรือที่เรียกกันว่า “คนบอกยาว” จะเป็นผู้นั่ง ๆ ยืน ๆ อยู่ที่หัวสุดขอบเรือหันหน้าหาฝีพาย คือหันหน้าไปทางเรืออาจจะถือพาย หรือเป่านกหวีดคอยให้ฝีพายรู้ว่าเวลาใดควรจะเร่งฝีพายหรือพายช้าหรือเร็วเพียงใด เพื่อให้เกิดความพร้อมเพียง
ก่อนที่จะถึงเวลาแข่งขัน หน้าวัดจะแออัดไปด้วยเรือแพและผู้คน เรือยาวจากถิ่นต่าง ๆ จะพายขึ้นล่องพร้อมกันกับร้องเพลงเห่กันไปมา เพื่อเป็นการแสดงตัวหรือโชว์ตัวของเรือยาว การพายโชว์ฝีพายจะได้รับการฝึกสอนและซ้อมการพายให้งดงามด้วยการพายในลักษณะต่าง ๆ กัน
การจับคู่เรือแข่งหรือเรือยาวจะใช้การเปรียบเทียบ โดยใช้ขนาดของเรือและจำนวนของฝีพายเป็นเกณฑ์ อย่างไรก็ตามการแข่งเรือนี้นอกจะมีการแข่งเรือยาวซึ่งถือว่าเป็นเรือแข่งหลักของงานแล้ว ในบางแห่งจะมีการแข่งเรือพายประเภทต่าง ๆ และประกวดการตกแต่งเรือ ทั้งสวยงามและประเภทตลกขบขัน เพื่อเป็นเรือประกอบช่วยให้เกิดความสนุกสนานรื่นเริงพร้อมเพียงกันไปด้วย
จะเห็นได้ว่าการแข่งเรือเป็นการละเล่นของชาวบ้าน ที่ต้องอาศัยทั้งความสามัคคีและความร่วมแรงร่วมใจ ตลอดจนถึงความชำนาญ ไหวพริบประกอบกันไป แต่การแข่งเรือยาวของชาวบ้านทั่วไปแม้จะถือว่าเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างจริงจังก็ตามแต่เมือมีฝ่ายแพ้และฝ่ายชนะต่างก็ยอมรับสภาพของตนเองอย่างนักกีฬาเพราะรู้ดีว่าเป็นการแข่งขันเพื่อความสนุกสนานและความสามัคคีมากกว่าสิ่งอื่นใด
เมื่อการแข่งเรือสิ้นสุดลงชาวบ้านที่มาเที่ยวดูเรือแข่ง โดยการพายเรือของตนเองมากันเป็นหมู่คณะ ทั้งหนุ่มสาวคนแก่แม่ม่ายก็จะนำเรือมาเกาะกันเป็นหมู่ ปล่อยเรือลอยไปตามกระแสน้ำเพื่อกลับบ้าน พวกหนุ่มสาวจะถือโอกาสเกี้ยวพาราสีกัน โดยการร้องเล่นเพลงเรือ บางลำก็จะมีพ่อเพลงแม่เพลง เป็นผู้ร้องนำในทำนองพ่อสื่อ แม่สื่อให้กับหนุ่มสาวของตน ดั้งที่สุนทรภู่เขียนไว้ในนิราศภูเขาทองว่า
ภายในกำแพงที่สูงตระหง่านเก่าคร่ำ
“มาจอดท่าหน้าวัดพระเมรุข้าม ริมอารามเรือเรียงเคียงขนาน
บ้างขึ้นล่องร้องเล่นสำราญ ทั้งเพลงการเกี้ยวกันแซ่เซ้ง
บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง
มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสามเพ็ง เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู
ไอ้ลำหนึ่งครึ่งท่อนกลอนมักมาก ชั่งยาวลากเลื่อยเจื้อยจนเหนื่อยหู
ไม่จบบทลดเลี้ยวเหมือนเงี้ยวงู จนลูกคู่ขอทุเลาว่าหาวนอน”
ในปัจจุบันภาวะทางสังคมและอิทธิพลทางวัฒนธรรมอื่น ๆ เข้ามามีสวนผลักดันให้วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป การแข่งเรือในงานประเพณีเดือนสิบเอ็ด เดือนสิบสองซึ่งเป็นการละเล่นของไทยที่มีมาแต่โบราณและมีความประสานสัมพันธ์สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต เป็นประเพณีเป็นการแสดงออกถึงความสามารถทางศิลปวัฒนธรรมระดับชาวบ้านซึงนับวันจะสูญหายไปตามการเวลา
การแข่งเรือในสมัยก่อน แข่งเพื่อความสนุกจริง ๆ ไม่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยวัดใดเป็นเจ้าภาพก็จะแบ่งหมู่บ้านของตนรับผิดชอบลูกเรือหมู่บ้านละ 1 ลำบ้าง 2 หมู่บ้านต่อเรือ 1 ลำบ้าง โดยทำข้าวห่อแจกกันไป เรือที่ชนะในการแข่งขันก็จะได้รับรางวัลเพียงพาสีต่าง ๆ มาผูกที่หัวเรือของตนเท่านั้น บางที่ก็จะได้ชะลอมจากวัดที่เป็นเจ้าภาพแจกให้ ในชะลอมนั้นก็จะมีผลไม้มาแบ่งกันกินเท่านั้นเอง
แต่การแข่งเรือในปัจจุบันมีการพนันขันต่อเป็นเงินทองมาเป็นปัจจัยสำคัญ การแข่งเรือในแต่ละปี หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ามีเดิมพันเป็นล้านบาทก็มี เรือของวัดใดชนะการแข่งขันบ่อย ๆ ก็จะมีค่าตัวเพิ่มขึ้นและได้ไปแข่งต่างจังหวัดบ่อย ๆ
การแข่งเรือเพื่อความสนุกสนานเพื่อความสามัคคีที่มีอยู่ในอดีตจึงเริ่มเปลี่ยนแปลง เพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยุคสมัย และเมื่อการเปลี่ยนแปลงไป เพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลายุคสมัย และเมื่อการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้านั้นมาถึง ประเพณีการแข่งเรือก็คงเป็นเพียงเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมาเท่านั้น เพราะประเพณีนี้ขาดผู้รู้คุณค่าและไม่สนใจที่จะบำรุงรักษาไว้ และในที่สุดก็คงจะสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น